เมืองโบราณบ้านดงเมือง จ.สระบุรี

1. สภาพที่ตั้งบ้านดงเมือง
ปัจจุบันอยู่ในเขตปกครองของหมู่ที่6 (บ้านดงเมือง) ตำบลม่วงหวาน อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี
ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์อยู่ที่ เส้นละติจูดที่ 14 องศา 26 ลิปดาเหนือ และ เส้นลองจิจูดที่ 100 องศา 50 ลิปดาตะวันออก
ภาพถ่ายทางอากาศของชุมชนบ้านดงเมือง
ที่มา: รายงานสรุปย่อผลการขุดค้นแหล่งโบราณคดี บ้านดงเมือง อูตะเภา, 2535 หน้า3
2. ลักษณะของเมืองโบราณบ้านดงเมือง
แหล่งโบราณคดีแห่งนี้มีลักษณะเป็น คูน้ำ 2  วงล้อมรอบด้วยพื้นที่ที่แบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นในเป็นพื้นที่รูปวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 240 เมตร มีแนวคูน้ำรอบล้อมยาวประมาณ1,300 เมตร ถัดออกไปเป็นพื้นที่ชั้นนอก ซึ่งเป็นผังเกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมมน มีคูน้ำล้อมรอบ คูแต่ละด้านยาวประมาณ1,000 เมตร
ในอดีต คูน้ำของแหล่งโบราณนี้ มีน้ำจากคลองบ้านโคกกลางซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำป่าสักไหลลงมาหล่อเลี้ยง โดยไหลมาทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนคูชั้นในได้รับน้ำจากคูชั้นนอกตามแนวทางน้ำที่เชื่อมด้านตะวันออก นอกจากนี้มีรายระบายน้ำไปสู้ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของคูน้ำชั้นนอก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับคลองบ้านโคกกลางและระบายลงสู่ทะเลในที่สุด
ลักษณะของเมืองโบราณ บ้านดงเมือง
สภาพในปัจจุบันของแหล่งโบราณคดีบ้านดงเมือง
ในปัจจุบันนี้ พื้นที่ทั้งหมดของแหล่งโบราณคดี อยู่ในกรรมสิทธิ์ของเอกชนมีโฉนดเป็นกรรมสิทธ์ในการครอบครอง ภายในเขตแหล่งโบราณคดี มีวัดอู่ตะเภา โรงเรียนวัดอู่ตะเภา รอบนอกเป็นบ้านเรือนของราษฎรกระจายอยู่ทั่วไป


ภาพวัดอู่ตะเภา ตำบลม่วงหวาน อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี
ที่มา: ภาพถ่ายของ ปฤศนา รื่นถวิล, 2550


ภาพลักษณะพื้นที่ของ ชุมชนโบราณมีสภาพเป็นเนินเตี้ยๆ
ที่มา: ภาพถ่ายของ ปฤศนา รื่นถวิล, 2550


ภาพบริเวณเนินดิน ของโบสถ์อู่ตะเภา บ้านดงเมือง อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี
ที่มา: ภาพถ่ายของ ปฤศนา รื่นถวิล, 2548


สภาพด้านทิศเหนือ วัดอู่ตะเภา ที่เชื่อว่าเป็น ท่าเรือ
ที่มา: ภาพถ่ายของ ปฤศนา รื่นถวิล, 2548
 3. ความสัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดีใกล้เคียง
เมืองโบราณบ้านดงเมืองเป็นเมืองโบราณที่อยู่ในสมัยทวารวดีที่อาจจะอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล อยู่ห่างชายฝั่งเข้าไปประมาณ 1-2 กิโลเมตร โดยมีบ้านคลองโคกกลาง ซึ่งเดิมเป็นสาขาของแม่น้ำป่าสัก แต่ปัจจุบันตื้นเขินไปแล้วเป็นเส้นทางสำคัญในการตืดต่อกับชุมชนอื่นๆ ที่อยู่ร่วมสมัยกัน โดยเดินเรือออกสู่ทะเล แล้วแล่นเลียบฝั่งไป แล้วเข้าไปตามลำน้ำที่ไหลผ่านเมืองโบราณต่างๆที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน หรือขึ้นบกในเมืองที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล การที่บอกได้ว่าน่าจะมีความสัมพันธ์กัน คือ พบโบราณวัตถุที่อยู่ร่วมสมัยกันและโบราณวัตถุที่อยู่ในท้องถิ่น เช่น ตุ้มกูหินหยกโลหะซึ่งไม่พบแหล่งผลิตหรือวัตถุดิบอยู่ใกล้เคียงซึ่งก็จะบ่งบอกได้แน่ชัดว่ามีความสัมพันธ์กับเมืองใดซึ่งนั่นต้องใช้เวลาศึกษาพอสมควร ในขณะนี้จึงเป็นแค่ข้อสันนิษฐานอยู่เท่านั้น
เมืองที่มีความสัมพันธ์กับเมืองโบราณ บ้านดงเมือง ตามข้อสันนิษฐาน มีดังนี้
  1. เมืองโบราณขีดขิน (ปรันตปะ) อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี อยู่ห่างไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 20 กิโลเมตร มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมมน การติดต่อสามารถติดต่อทางคลองบ้านโคกกลาง ขึ้นไปล่องตามแม่น้ำป่าสักแล้วขึ้นบกเดินทางขึ้นไป หรือว่าแล่นเลียบชายฝั่งทะเลขึ้นไปก็สามารถไปได้
  2. เมืองโบราณดงละคร จ. นครนายก อยู่ห่างไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 50 กิโบเมตร มีแผนผังเป็นรูปวงกลม การติดต่อก็ไปได้โดยทางเรือแล่นเลียบชายทะเล
  3. เมืองละโว้ จ.ลพบุรี อยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 45 กิโลเมตร ผังเมืองมีรูปร่างไม่แน่นอน เดินทางโดยออกสู่ทะเลเลียบชายฝั่งเขาไปทางแม่น้ำลพบุรี
  4. เมืองโบราณบ้านคูเมือง อ.อินทร์บุรี จ. สิงห์บุรี อยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 65 กิโลเมตร ผังเมืองเป็นรูปสีเหลี่ยม เดินทางเลียบชายฝั่งทะเลเข้าไปตามลำน้ำเจ้าพระยา เข้าทางคลองตาแก้วก็จะถึงตัวเมือง
  5. เมืองโบราณอู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี อยู่ห่างไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 80 กิโลเมตร ผังเมืองเป็นรูปวงรี เดินทางโดยเรือลัดอ่าวไทยหรือแล่นเลียบชายฝั่งทะเลอ้อมอ่าวไทยไปแล้วเข้าทางลำน้ำสาขาแม่น้ำท่าจีนก็จะเข้าถึงตัวเมือง
  6. เมืองโบราณนครชัยศรี จ. นครปฐม อยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 80 กิโลเมตร ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สามารถเดินทางโดยลัดอ่าวไทย เข้าตามคลองที่อยู่ตอนเหนือของเมืองก็จะเข้าถึงเมืองได้
  7. เมืองโบราณคูบัว จ.ราชบุรี อยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 120 กิโลเมตร ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้ามุมมน การเดินทางไปได้โดยลัดอ่าวไทยหรือแล่นเลียบชายฝั่งทะเลอ้อมอ่าวไทยแล้วเข้าทางแม่น้ำแม่กลองแล้วเดินบนบกก็จะเข้าถึงตัวเมือง
  8. เมืองพระรถ จ.ชลบุรี อยู่ห่างไปทางทิศใต้ ประมาณ 95 กิโลเมตร ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้ามุมมน เดินทางโดยเรือเลียบชายฝั่งทะเลแล้วเดินบกไป
  9. เมืองโบราณศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ อยู่ห่างขึ้นไปทางเหนือ ประมาณ 118 กิโลเมตร ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมปลายมน เป็นเมืองสองชั้น ทวนลำน้ำคลองโคกกลางออกแม่น้ำป่าสัก ทวนน้ำขึ้นไปแล้วเดินบก
เมืองโบราณที่กล่าวมาข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของเมืองโบราณร่วมสมัยกันกับเมืองโบราณบ้านดงเมือง ยังมีอีกหลายแห่งที่ไม่ได้กล่าวถึง กระจายตัวอยู่ทั่วไป ชุมชนโบราณดงเมืองคงจะลดความสำคัญลงในสมัยลพยุรี เนื่องจากระดับน้ำทะเลได้ลดลงและลำน้ำได้ตื้นเขินไปทำให้ฐานะบทบาทการเป็นเมืองท่าชายฝั่งทะเลลดลงไป ทำให้เกิดการอพยพเคลื่อนย้ายออกไป ทำให้ชุมชนลดขนาดลง เมื่อไม่สามารถดำรงฐานะนี้ต่อไปได้ ทำให้ชุมชนสิ้นสุดลงกลายเป็นชุมชนเล็กๆ (รายงานการค้นคว้าเบื้องต้น ของ ปรียานุช เส็งหะพันธุ์ และอัจฉรา กุลโชติ, 2535, หน้า 22-23)
4. การสืบค้นเมืองโบราณคดี บ้านดงเมือง แหล่งวัฒนธรรมในหนองแซง
การปฏิบัติการขุดค้นทางโบราณคดีของภาควิชาโบราณคดี ที่เมืองโบราณ บ้านดงเมือง วัดอู่ตะเภา ได้มีการขุดค้นจำนวน 2 ครั้ง ในปีพ.ศ. 2535 และปีพ.ศ. 2536  โดยใช้วิธีขุดค้นทางโบราณคดี มีรายละเอียดของการปฏิบัติงานดังนี้ (รายงานสรุปย่อ ผลดารขุดค้นแหล่งโบราณคดี เมืองอู่ตะเภา บ้านดงเมือง ต.ม่วงหวาน อ.หนองแซง จ. สระบุรี ของสุรพล นาถะพินธุ, 2542, หน้า14)
4.1 การเลือกพื้นที่ในการขุดค้น
พื้นที่ส่วนที่เลือกขุดนั้น มีลักษณะเป็นเนินเตี้ยๆ อยู่ริมแนวคูชั้นในด้านตะวันออก และอยู่ห่างจากวัดอู่ตะเภาไปทางตะวันออกประมาณ 150 เมตร โดยรอบเนินเป็นนาข้าว จุดสูงสุดของเนินนี้สูงจากพื้นที่นารอบๆประมาณ 1.50 เมตร ตัวเนินมีรูปร่างไม่สม่ำเสมอมีเนื้อที่ประมาณ1ไร่เศษ
4.2 จำนวนหลุมในการขุด
การขุดครั้งแรกในปีพ.ศ. 2535 ได้เลือกขุดค้นในพื้นที่ตารางสี่เหลี่ยมจำนวน7 ตาราง หรือ7 หลุมขุดค้น ส่วนการขุดครั้งที่2ในปี 2536 ได้เลือกการขุดพื้นที่สี่เหลี่ยมจตุรัสอีก7ตาราง หรือ6หลุมขุดค้น หลุมในการขุดมีขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 4 เมตร จำนวน 11 หลุม คิดเป็นเนื้อที่ขุดจำนวน 206 ตารางเมตร


ภาพการเปิดหน้าดินเพื่อนขุดค้นทางโบราณคดีบ้านดงเมือง อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี
ที่มา: ภาพถ่ายของ ปฤศนา รื่นถวิล, 2535
               4.3 หลักฐานทางโบราณคดีที่พบ
หลักฐานทางโบราณคดีที่พบในการขุด และกระจายอยู่บนผิวดิน ในแหล่งโบราณคดีบ้านดงเมือง วัดอู่ตะเภานั้น พบในระดับผิวดิน 1 เมตร พบหลักฐานทางโบราณคดีอยู่ 2 กลุ่มหลักคือ โบราณศิลปวัตถุ (artefacts) และนิเวศน์วัตถุ (ecofacts) มีรายละเอียดดังนี้
4.3.1 โบราณศิลปวัตถุเป็นเครื่องใช้สอย และเครื่องประดับ ซึ่งแบ่งย่อย ได้ดังต่อไปนี้
1) โบราณศิลปวัตถุที่ทำด้วยดินเผา เช่น เศษภาชนะดินเผา ดินเผาที่เป็นตราประทับ ชิ้นส่วนของตุ๊กตา ตะคัน(ตะเกียงขนาดเล็ก) ลูกกระสุนแวเบี้ย และแม่พิมพ์ขนาดเล็ก เป็นต้น

ภาพศิลปวัตถุที่ทำด้วยดินเผา ที่ขุดพบในชุมชนโบราณ บ้านดงเมืองและวัดอู่ตะเภา
ที่มา: ภาพถ่ายของ ปฤศนา รื่นถวิล, 2543
2) โบราณศิลปวัตถุทำด้วยหิน เช่น หินดุ หินบด ต่างหูตระกูลหยกชิ้นส่วนประติมากรรมที่แตกหักไม่สามารถระบุรูปร่างได้

ภาพโบราณศิลปวัตถุทำด้วยหินที่ขุดพบ ในชุมชนโบราณ บ้านดงเมือง และวัดอู่ตะเภา
ที่มา: ภาพถ่ายของ ปฤศนา รื่นถวิล, 2543
                                        3) โบราณศิลปวัตถุทำด้วยโลหะ เช่น วัตถุที่ทำด้วยสำริด แผ่นทองคำ วัตถุทำด้วยเหล็ก

ภาพโบราณศิลปวัตถุทำด้วยโลหะที่ขุดพบ ในชุมชนโบราณ บ้านดงเมือง และวัดอู่ตะเภา
ที่มา: ภาพถ่ายของ ปฤศนา รื่นถวิล, 2543
                                           4) โบราณศิลปะที่ทำด้วยแก้ว หรือ หินสี ประกอบขึ้นเป็นลูกปัดพบเป็นรูปทรงต่างๆคือ ลูกปัดทรงกลม ทรงกระบอก และรูปทรงแผ่นกลมแบน สีที่พบมีสีต่างๆ เช่น สีส้ม สีแดง สีดำ สีฟ้า และสีน้ำเงิน

ภาพโบราณศิลปวัตถุทำด้วยแก้วหรือหินที่ขุดพบ ในชุมชนโบราณ บ้านดงเมือง และวัดอู่ตะเภา
ที่มา: ภาพถ่ายของ ปฤศนา รื่นถวิล, 2543
                                            5) นิเวศน์วัตถุ ที่พบในแหล่งโบราณคดีชุมชนบ้านดงเมืองวัดอู่ตะเภาได้แก่ กระดูก ฟัน และเขาของสัตว์ต่างๆ คือ กระดูกหมู วัว สัตว์กลุ่มกวาง กระดูกปลา กระดองเต่า ซากหอย เป็นต้น
6. การอนุรักษ์และเผยแพร่ แหล่งโบราณคดีบ้านดงเมือง
ปีพ.ศ. 2535-2536 มีการขุดค้นแหล่งโบราณคดีบ้านดงเมือง
ปีพ.ศ. 2537 กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนหนองแซงวิทยา ได้รณรงค์ขอบริจาควัตถุโบราณบ้านดงเมืองอาทิ เช่น แวดินเผา ลูกกระสุน เศษวัตถุดินเผา ลูกปัด เป็นต้น จากผู้มีวัตถโบราณ
ปีพ.ศ. 2541 กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนหนองแซงวิทยา ขอความช่วยเหลือจากท่านอาจารย์สุรพล นาถะพินธุ ภาควิชาโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อขอข้อมูลในการขุดค้น และคำแนะในการจัดทำห้องพิพิธภัณฑ์
ปีพ.ศ. 2542 คณะโบราณคดี วิชาเอกการจัดห้องพิพิธภัณฑ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มาจัดเก็บข้อมูลและความรู้ทางวิชาการดังนี้
  1. จัดอบรมนักเรียนที่มีความสนใจด้านประวัติศาสตร์เพื่อเป็นมัคคุเทศก์น้อย ในการแนะนำให้รู้คุณค่าและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมแหล่งโบราณคดี บ้านดงเมืองไว้
  2. จัดเก็บรวบรวมข้อมูลทางวัตถุบ้านดงเมืองให้เป็นหมวดหมู่ง่ายแก่การรักษาและอนุรักษ์ไว้
  3. จัดทำห้องพิพิธภัณฑ์แสดงวัตถุโบราณเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโบราณคดีของชุมชนบ้านดงเมือง วัดอู่ตะเภา อำเภอหนองแซง สระบุรี
ปีพ.ศ. 2545 ทดลองใช้ห้องพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนหนองแซงวิทยา ในการเผยแพร่และจัดการเรียนการสอนเป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษา
ปีพ.ศ. 2546 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 ได้เปิดแสดงห้องพิพิธภัณฑ์ บริการบุคคลทั่วไปเยี่ยมชนประวัติเป็นมา ของชุมชนหนองแซง (รายงานโครงการชื่อบ้านาเมือง ศูนย์วัฒนธรรมหนองแซง, 2543, หน้า 5-7)
รูปภาพพิพิธภัณฑ์ โรงเรียนหนองแซงวิทยา

ที่มา: ภาพถ่ายของ ปฤศนา รื่นถวิล, 2549
สรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับชุมชนบ้านดงเมือง
การพิจารณาหลักฐานทางโบราณคดีประเภทชั้นดินทับถมของโบราณวัตถุที่พบเป็นชั้นหนาประมาณ 1 เมตร ทั้งนี้โบราณคดีประเภทชั้นดินทับถม มีลักษณะเหมือนกันตลอด ตั้งแต่ระดับล่างจนถึงระดับบนของชั้นทับถม แสดงให้เห็นว่า ชุมชนโบราณบ้านดงเมือง วัดอู่ตะเภา เป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนวัฒนธรรมเดียวกัน และน่าจะเป็นการอาศัยสมัยเดียวและพิจารณาจากโบราณศิลปวัตถุ แบบเด่นที่สามารถใช้เป็นที่บ่งชี้อายุสมัยได้ (diagnostic artefacts) ทั้งที่พบในการขุดค้นของภาควิชาโบราณคดีและที่ราษฎรท้องถิ่นที่พบ โดยบังเอิญที่แหล่งชุมชนโบราณสัดอู่ตะเภาบ่งชี้ว่าการอยู่อาศัยสมัยโบราณสมัยเดี่ยวที่แหล่งโบราณนี้ น่าจะเป็นช่วงระยะเวลาที่นินมศิลปะแบบทวารวดี ดังนั้นจึงเป็นไปได้ มากว่าอายุแบบสมบูรณ์ของแหล่งโบราณคดีเมือง บ้านดงเมือง วัดอู่ตะเภาก็คือราวพุทธศตวรรษที่11-16 นั่นเอง (รายงานสรุปย่อ ผลการขุดค้นแหล่งโบราณคดี เมืองอู่ตะเภา บ้านดงเมือง ต.ม่วงหวาน อ. หนองแซง จ.สระบุรี ของสุรพล นาถะพินธถ, 2542,  หน้า14)
7. การศึกษาการเปรียบเทียบวัฒนธรรมทวารวดี บ้านดงเมืองกับแหล่งโบราณคดีอื่น
7.1 การเปรียบเทียบโครงสร้างระหว่างชุมชนบ้านดงเมือง กับ เมืองศรีเทพ

7.2 การเปรียบเทียบวัตถุโบราณคดีประเภทดิน
ลักษณะอิฐของชุมชนบ้านดงเมือง พบว่ามีส่วนผสมของแกลบข้าวอยู่ในเนื้ออิฐ คล้าย
ที่มา: ภาพถ่ายของ ปฤศนา รื่นถวิล, 2543

ที่มา: ภาพถ่ายของ ปฤศนา รื่นถวิล, 2543

เครื่องปั้นดินเผาตกแต่งด้วยลายเชือกทาบ พบที่เมืองเชียงแสง เชียงราย
         ที่มา: ภาพถ่ายของ ปฤศนา รื่นถวิล, 2543


  7.3 เครื่องเทียบโบราณวัตถุ ประเภทเครื่องใช้ที่ทำด้วยหิน

7.4  การเปรียบเทียบโลหะของชุมชนบ้านดงเมือง กับชุมชนวัฒนธรรมทวารวดีในแหล่งต่างๆ


  7.5 การเปรียบสีและลักษณะของลูกปัดระหว่างบ้านดงกับเมืองศรีเทพ



7.6 การเปรียบเทียบความเชื่อในเรื่องโชคลาภ

ที่มา http://www.nongsaengdc.com/?page_id=533

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้